สืบเนื่องจาก ความคิดเห็นของ..คุณเจ้าหญิง ผมเลยขอหยิบมาเป็นประเด็นเพื่อส่งสะท้อนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการปกป้องทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นบันทึกหน้าสำคัญบอกเล่าเรื่องราวของบ้านเมืองเราในยุคสงครามโลกครั้งที่2 ไปยังผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเพื่อจะได้ช่วยกันดูแลทรัพย์สินของชาติ

    เมื่อตรุษจีนที่ผ่านมาผมและครอบครัวก็เดินทางกลับบ้านเกิดที่กาญจนบุรีเพื่อไปไหว้บรรพบุรุษตามธรรมเนียมทุกปี หลังจากเสร็จพิธี ลูกๆก็ชวนกันไปถ่ายรูปเล่นที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว เห็นว่าไม่ได้ไปนานแล้ว เราถ่ายรูปมาเยอะพอสมควร ตอนแรกตั้งใจว่าจะนำมาเป็นข้อมูลในการเขียนบล็อกเชิญชวนผู้คนไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว เมืองกาญจน์บ้านเรา แต่หลังจากพิจารณารูปภาพและความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับสะพานข้ามแม่น้ำแควในปีนี้ มันทำให้ผมเขียนไม่ออก การเขียนบล๊อกก็ต้องมีจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ จึงไม่กล้าเขียนเชิญชวนคนมาเที่ยว ผมกลัวคนมาเที่ยวต้องผิดหวัง ภาพความสวยงาม ความประทับใจในสะพานข้ามแม่น้ำแควในอดีตมันหายไป วิญญาณแห่งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกร่องรอยของสงครามถูกบดบัง ผมจึงตัดสินใจแขวนเรื่องนี้ไว้ไม่อยากเขียน

    จนกระทั่งคืนนี้ได้มาอ่านคำวิจารณ์แสดงความคิดเห็นของ..เจ้าหญิง ที่มีต่อสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งโดนใจและตรงกับความรู้สึกของผมแบบจังๆ ด้วยเหตุที่ผมเป็นคนเมืองกาญจน์โดยกำเนิดก็ย่อมรักถิ่นฐานบ้านเกิด อยากเห็นบ้านเกิดของเรามีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เก็บไว้ให้ชนรุ่นลูกรุ่นหลานได้ชม ได้ศึกษา ก่อนที่สภาพดั้งเดิมของสถานที่จะถูกทำลายสิ้นด้วยการบริหารจัดการดูแลสถานที่จากผู้ดูแลซึ่งมีมุมมองแบบไร้รสนิยม จากคำวิจาร์ของเจ้าหญิงที่ว่า " สะพานข้ามแม่น้ำแควมลายสิ้น...สะพานมีสภาพไม่ต่างจากไม้จิ้มฟันที่พาดผ่านแม่น้ำแควที่ไม่มีป่าไม้เลย...เศร้า..คนเมืองกาญจน์ ผู้บริหาร คิดอย่างไรกัน ไม่รู้ ผลประโยชน์บังตากันหมดสิ้น " ผมอ่านคำวิจารณ์แล้วสะเทือนหัวอกทะลุถึงหัวใจครับ ไม่ทราบว่าท่านผู้ใหญ่แห่งเมืองกาญจน์บ้านเราท่านจะเห็นประการใด นำภาพมาฝากเพียงเล็กน้อยพอได้มองเห็นภาพครับ

ป้ายสวย...ด้านหลัง?

ป้อมตำรวจ..สำหรับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

แพร้านอาหาร-สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ฝั่งซ้ายร้านค้าสวยงาม ฝั่งขวาป้อมตำรวจ ตรงกลางคาดเดาว่าเป็นไม้จิ้มฟันอันใหญ่ที่คุณเจ้าหญิงกล่าวถึง

ร้านค้าที่จัดไว้เป็นแนวเป็นระเบียบ ไร้คนเดิน เป็นเพราะว่ามันไกลหรือค่าเช่าแพงหรืออะไร?ไม่รู้จริงๆ

ร้านค้าแบบนี้ รวมกันอยู่ใกล้ๆสะพาน ซื้อง่ายขายคล่อง..

    สะพานข้ามแม่น้ำแควยังคงได้รับการบูรณะซ่อมแซมอยู่เรื่อยๆทุกปี แต่บางครั้งการบูรณะซ่อมแซมด้วยความหวังดีอาจเป็นการทำลายสภาพทัศนะทางประวัติศาสตร์จากผู้รับผิดชอบที่ไร้วิสัยทัศน์ ไร้รสนิยมก็เป็นได้

    บทความตอนนี้ผมตั้งใจสะท้อนให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้มองเห็นมุมมองจากบุคคลภายนอกว่าเขามองผู้ใหญ่ผู้บริหารของเมืองกาญจน์บ้านเราอย่างไร สำหรับชาวเมืองกาญจน์และเพื่อนสมาชิกที่อ่านแล้วคิดเห็นอย่างไร เชิญแสดงความเห็นได้ครับ..สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย เป็นของคนไทยทั้งมวล มิใช่เฉพาะคนเมืองกาญจน์เท่านั้นนะครับ..ฉะนั้นช่วยกันสะท้อนความเห็น เพื่อช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญๆเอาไว้ ให้ลูกหลานไทยได้ดู..ครับ

ขอบคุณเพลง The River Kwai March - Colonel Bogey March

จาก http://www.youtube.com/

 

บังเอิญผมไปเห็นภาพสะพานแม่น้ำแควจากบล๊อกของครูทิพย์ ถ่ายได้มุมชัดเจนดี เลยขออนุญาตนำมาเสริมนะครับ...

 

สถานปฏิบัติธรรมที่เจ้าหญิงกล่าวถึงกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่มาก

ร้านค้าแพอาหารขนาบสองฝากฝั่งสะพาน ลึกลงไปถึงกลางแม่น้ำ

ขอบคุณภาพเสริมจากบล๊อกครูทิพย์..ครับ

Comment

Comment:

Tweet